<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 01:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงเสวนาหวั่นคดี&#039;โจ้ถุงคลุมหัว&#039;เป็นมวยล้มต้มคนดู ซัด’ประยุทธ์’ไร้ภาวะผู้นำ สิ้นหวังปฏิรูปตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ส.ค.64 - สถาบันปฏิรูปประเทศไทย วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp; (สป.ยธ.) และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) จัดเสวนาออนไลน์ หัวข้อ &amp;ldquo;ผ่าคดีผู้กำกับโจ้&amp;hellip;กับอนาคตปฏิรูปตำรวจไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา อ.สุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตรเลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp; ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาการสอบสวนฯ สำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ประธานครป. ร่วมเสวนา&amp;nbsp; ดำเนินรายการโดย ผศ.พิมพ์ณัฐชยา สัจจาศิลป์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.วิชา มหาคุณ กล่าวว่า คดีนี้เกิดจากการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จทั้งการจับกุมและการสอบสวนเอง&amp;nbsp; เหมือนสมัยโบราณเช่น ตอกเล็บ เพื่อให้ผู้ต้องหาสารภาพ แต่กระบวนการที่ล้มเหลวจากการใช้อำนาจการตรวจสอบ วัฒนธรรมของตำรวจใช้วิธีการปกปิด ซ่อนเร้น กินเอง ชงเอง ผู้ต่อสู้คดีจะไม่มีโอกาสรับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ต่ออาจจะต้องไปถึงศาลในการไต่สวน ดังนั้น การสอบสวน สืบสวนต้องแยกกับการจับกุม ต้องแยกเป็นอิสระไม่เชื่อมโยงกับสายการบังคับบัญชา แต่ตำรวจมักจะบอกว่าถ้าแยกออกจะทำให้สูญเสียกำลังไป แต่เราต้องยอมรับ เพื่อให้กระบวนการสอบสวนคดีอาญาที่ชอบธรรมตามกฎหมาย การสอบสวนคดีอาญาไม่ใช้การเอาผิด ต้องตั้ง MIND SET ในการให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และให้พนักงานอัยการเข้ามาร่วมการสอบสวนคดีสำคัญบ้าง&amp;nbsp; สุดท้าย เราต้ององช่วยกันผลักดัน พรบ.สอบสวนคดีอาญา เข้าสู่สภา เพราะเราต้องสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้คนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ สิทธิสมาน กล่าวว่า&amp;nbsp; เรื่องร่างกฎหมายพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติที่อยู่ในรัฐสภาเน้นในเรื่ององค์กรและการให้ความเป็นธรรมในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งหนึ่งในปัญหาสำคัญของตำรวจเลยว่ามีข้อกล่าวหาว่าการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ทั้งเรื่องหลักเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาและการซื้อขายตำแหน่ง เรามักจะได้ยินคำว่า &amp;ldquo;ตั๋วช้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; แสดงถึงชาวบ้านไม่พอใจการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ จากนี้ไปจะใช้ระบบคะแนนประจำตัวคือความสามารถและความพึงพอใจของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ร่างกฎหมายฉบับ อ.มีชัย โดยคณะรัฐมนตรีรับหลักการ และส่งกลับไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติปรับแก้มา เสร็จแล้วเสนอต่อรัฐสภาปัจจุบันจึงเป็นฉบับที่ปรับแก้จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ขณะนี้ทำไปแล้วถึง 13 มาตรา นายกรัฐมนตรี มีการใช้อำนาจประกาศ คสช. มาแล้ว&amp;nbsp; 6 ครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร กล่าวว่า กล่าวว่า หัวใจการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริง คือ&amp;nbsp; การกระจายอำนาจตำรวจให้สังกัดจังหวัด&amp;nbsp; ผวจ.ต้องมีอำนาจตรวจสอบควบคุม สั่งเลื่อนเงินเดือนและแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัดทุกระดับได้ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการตำรวจจังหวัดให้ทุกคนเจริญเติบโตในจังหวัด สร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจได้อยู่กับครอบครัวและมีความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนในอำเภอและจังหวัด หน่วยตำรวจเฉพาะทางต้องโอนไปให้กระทรวงทบวงกรมที่รับผิดชอบตามกฎหมาย&amp;nbsp; ให้มีอำนาจสอบสวนความผิดตามอำนาจหน้าที่อีกทางหนึ่งคู่ไปกับตำรวจท้องที่ โดยการสอบสวนคดีสำคัญ หรือที่มีการร้องเรียนของทุกหน่วย&amp;nbsp; อัยการต้องเข้าตรวจสอบหรือควบคุมสั่งการตั้งแต่เกิดเหตุได้ นอกจากนั้น&amp;nbsp; ก็ต้องทำตำรวจให้มีความเป็นพลเรือนมากขึ้น&amp;nbsp; แทนการฝึกและการปกครองบังคับบัญชารวมทั้งวินัยแบบทหารที่มีไว้เพื่อการรบกับข้าศึก&amp;nbsp; โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรม จะอยู่ในระบบการปกครองแบบทหารผู้บังคับบัญชาสั่ง &amp;#39;ซ้ายหันขวาหัน&amp;#39; ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีนายพลตำรวจทุกตำแหน่งถึง 500 คน มากที่สุดในโลก&amp;nbsp; มีกองบัญชาการที่ไม่จำเป็นมากมาย&amp;nbsp; เช่น บช.ตำรวจภาค&amp;nbsp; เหล่านี้ต้องยุบให้หมดเมื่อตำรวจสังกัดจังหวัด&amp;nbsp; จะประหยัดงบประมาณปีละเกือบหมื่นล้าน&amp;nbsp; ซ้ำงานรักษากฎหมายของประเทศก็จะดีขึ้นด้วย&amp;nbsp; เพราะลดขั้นตอนและการรายงานรวมทั้งการสั่งการต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละจังหวัดออกไปปัจจุบันตำรวจเลวร้ายกว่าอดีตมาก&amp;nbsp; มีปัญหาการวิ่งเต้นไปจนซื้อขายตำแหน่ง&amp;nbsp; ก่ออาชญากรรมสารพัด&amp;nbsp; และ พรบ.ตำรวจ รวมทั้ง พรบ.สอบสวน ก็ไม่ได้เป็นการปฏิรูปที่เป็นโล้เป็นพายอะไรเลย&amp;nbsp; เพราะส่งไปให้ตำรวจผู้ใหญ่ปรับแก้ตามใจตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีไม่มีภาวะผู้นำเพียงต่อการปฏิรูปตำรวจตามที่ประกาศไว้หลังยึดอำนาจเป็นการ พูดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้นเพื่อไม่ให้ประชาชนเคลื่อนไหวต่อต้านเป็นสำคัญ สิ่งที่กำลังทำพยายามเสนอร่างกฎหมายหลังเกิดเหตุอื้อฉาว&amp;nbsp; ผกก.ตำรวจ เอา &amp;#39;ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาตาย&amp;#39;&amp;nbsp; ไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้จริงอะไร&amp;nbsp; ประชาชนอย่าไปสนใจร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ&amp;nbsp; ปล่อยให้เขาว่าไปต้องรอให้มีการ ร่างรัฐธรรมนูญ หรือรัฐบาลใหม่&amp;nbsp; ค่อยเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริงตามแนวทางที่กล่าวไว้อีกครั้ง&amp;rdquo;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.น้ำแท้&amp;nbsp; มีบุญสล้าง กล่าวว่า คนไทยเรามีความหวังสังคมไทยในการปฎิรูป อุปสรรคไม่ใช่เรื่องความยาก แต่อยู่ที่ไม่ทำ เพราะเงินและอำนาจเป็นอุปสรรคในการปฏิรูป เพราะถ้าปฏิรูปก็เกิดความโปร่งใส ตำรวจก็หากินไม่ได้ ฉะนั้นระบอบแบบนี้มันอยู่ที่ผลประโยชน์ เราควรมาสร้างกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสไว้ให้คนรุ่นหลัง&amp;nbsp; คือ กระบวนการยุติธรรมที่ความจริงปรากฏ อัยการต้องมาทบทวนบทบาทตัวเองในการค้นหาความจริง ในการเปลี่ยนวิธีคิดตัวเองให้มีประสิทธิภาพปรับบทบาทตัวเอง มองเป้าหมายในการผดุงความยุติธรรม การตรวจสอบถ่วงดุลต้องไปทำตั้งแต่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.สุณี ไชยรส กล่าวว่า รธน. 40 ได้เขียนไว้ในเรื่องกระบวนการยุติธรรมไว้ หลักง่ายคือ 1.สิทธิในร่างกายของเรา 2.ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ 3.เวลาสอบสวนต้องมีทนายหรือผู้ต้องหาไว้วางใจรับฟังด้วย แต่กรณีผู้กำกับโจ้ไม่มีการคุ้มครองพยาน บทเรียนของการทรมานคือ ไม่มีใครกล้าสู้หรือเอาผิดตำรวจได้ กลไกของตำรวจและกระบวนการยุติธรรมยังอ่อนมากสุดท้ายจะหลุดคดี เราจึงต้องจัดการเอาผิดและจะเป็นการท้าทายกระบวนการยุติธรรม กฎหมายตำรวจแห่งชาติถูกหมกเม็ดแปลงสารอย่างที่หลายคนพูดกัน ซึ่งรัฐบาลใช้กระบวนการร่างกฎหมายที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ รธน.คือไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน รัฐบาลยังทำในสิ่งที่ขัดแย้งกันเองจาร่างกฎหมายช้ายากและยืดเยื้อ ดังนั้น ทุกกระบวนการต้องกล้าหาญที่ต้องทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนและโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ กล่าวว่า คดีโจ้จะเป็นมวยล้มต้มคนดู ผู้กระทำผิดลอยนวล เราเห็นเค้าลางความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง ตั้งแต่การแถลงข่าว ถ้าไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมคดีนี้ก็จะเลือนหายไปอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กลายเป็นคดีที่ไม่มีความผิด การโอนคดีให้กองปราบไปดำเนินการประชาชนก็ยังสงสัยในกระบวนการยุติธรรม เพราะประชาชนทุกคนก็เสี่ยงที่จะตกเป็นผู้ต้องหาและถูกคลุมถุงดำได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงท้าย อ.วิชา กล่าวว่า&amp;nbsp; ควรจะต้องผลักดันในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ปฎิรูปคือ ทำอย่างไรให้ตำรวจรับผิดชอบ ยอมรับการตรวจสอบ มีธรรมาภิบาล ยอมรับสิทธิมนุษยชน ถ้าเรายังปล่อยทิ้งเอาไว้ในยามที่บ้านเมืองทุกข์ยากมหาศาล ว่าเราต้องยุติปัญหา ว่ากระบวนการนี้ต้องมีการสอบสวนเอาความจริงให้ปรากฎและให้ความเป็นธรรมในเรื่องการสู้คดี&amp;nbsp; นอกจากนี้ต้องพัฒนาระบบการสร้างคน เปลี่ยนทัศนคติจากใช้อำนาจมาใช้หลักเหตุผล และหลักสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114966</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปตำรวจ, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้), พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, วิชา มหาคุณ, วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612bcb736a173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิรุตม์&#039;ชี้พิรุธตร.ตั้งข้อหาออกหมายจับ&#039;ลุงพล&#039;สะท้อนความล้าหลังกระบวนการยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64-พ.ต.อ.วิรุตม์ &amp;nbsp;ศิริสวัสดิบุตร &amp;nbsp;อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจและเลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(สป.ยธ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;คดีน้องชมพู่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำจนสุดท้ายนำไปสู่การออกหมายจับ &amp;#39;ลุงพล&amp;#39; ผู้เป็นลุงเขยนี้ &amp;nbsp;ถือเป็นคดีที่ท้าทายประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมอาญาของไทยในชั้นสอบสวนอย่างยิ่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การตั้งข้อหาและการออกหมายจับลุงพลมีข้อสงสัยมากมายว่า &amp;nbsp; ตำรวจใช้พยานหลักฐานอะไรไปรายงานต่อศาล ซึ่งก็ไม่เห็นตำรวจผู้ใหญ่คนใดออกมาชี้แจงให้ประชาชนหายสงสัยข้องใจแต่อย่างใด และถ้ามีหลักฐานชัดว่าลุงพลเข้าไปเกี่ยวข้องมีเจตนาทำให้น้องชมพู่ตาย ไม่ว่าจะโดยการอุ้มหรือเดินนำไปบนภูเขาแล้วทิ้งไว้ตามที่ตำรวจตั้งสมติฐานจริง &amp;nbsp;เหตุใดจึงไม่มีข้อหา &amp;#39;ฆ่าผู้อื่น&amp;#39; &amp;nbsp;ด้วยนั่นแสดงว่า &amp;nbsp;แท้จริงพยานหลักฐานไม่มีความชัดเจนเลย! &amp;nbsp;จึงทำเพียงแจ้งข้อหา &amp;#39;พรากเด็กไปจากผู้ปกครอง&amp;#39; เท่านั้น แต่ก็มีปัญหาว่าพรากด้วยวิธีใดและอย่างไร จนเป็นเหตุทำให้น้องถึงแก่ความตาย? &amp;nbsp;ก็ไม่มีใครออกมาอธิบายหรือชี้แจงเช่นกัน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนั้น หลังเกิดเหตุ ลุงพลก็ไม่ได้หนีไปไหน &amp;nbsp;คงอยู่ที่บ้านพักกับภรรยาที่ &amp;quot;บ้านกกกอก&amp;quot; แทบจะตลอดเวลา &amp;nbsp; ตำรวจจะออกหมายเรียกหรือแค่โทรศัพท์แจ้งให้ไปรับทราบข้อหาก็ยังทำได้ ไม่จำเป็นต้องไปเสนอศาลออก &amp;quot;หมายจับ&amp;quot; ทำให้เขาเกิดความเดือดร้อนเสียหาย &amp;nbsp;นำตำรวจคอมมานโดจำนวนมากไปล้อมบ้านตอนเช้ามืดด้วย &amp;nbsp;อีกทั้งเมื่อเขาไปติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจไม่ว่าระดับใด ก็ไม่มีใคร &amp;quot;รับ&amp;quot; &amp;nbsp;จ้องแต่จะ &amp;#39;จับตามหมายใส่กุญแจมือ!&amp;#39; อย่างเดียว &amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างหนึ่งของโลก!การอ้างกันแต่ว่า เป็นความผิดที่มีโทษจำคุก 3 ปีขึ้นไป &amp;nbsp;สามารถเสนอศาลออกหมายจับได้ทันที หากมีพฤติการณ์หลบหนี ไม่ต้องมีหมายเรียก 2 &amp;nbsp;3 ครั้งนั้น &amp;nbsp;ข้อเท็จจริง เขามีพฤติการณ์ดังกล่าวตามที่มีการรายงานหรือไม่ &amp;nbsp;และถ้าหนี เขาจะไปขอพบ ผบ.ตร.ให้ถูกจับทำไม!?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสป.ยธ. กล่าวต่อว่า ในความเป็นจริง &amp;nbsp;ตำรวจผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้องการให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีสำคัญๆ กันทั้งนั้น &amp;nbsp;เพื่อจะได้นำมาถือไว้ &amp;nbsp;และตามจับตัวกันที่ไหน เมื่อไหร่ แกล้งทำให้บุคคลนั้นเดือดร้อนเสียหายและเข็ดหลาบอย่างไรก็ได้! &amp;nbsp; รวมทั้งเป็นการลดความเชื่อถือต่อสังคมและใช้เป็นเหตุในการ &amp;quot;คัดค้านการประกันตัว&amp;quot; เมื่อฝากถึงเวลาขังต่อศาล &amp;nbsp;โดยอ้างว่ามีพฤติการณ์หลบหนี &amp;nbsp;ต้องสืบจับมาตามหมายด้วยความยากลำบาก! &amp;#39;ไม่ใช่การมารับทราบข้อหาตามหมายเรียก&amp;#39; หรือ &amp;#39;การมอบตัว&amp;#39; ซึ่งจะทำให้ตำรวจไม่อำนาจควบคุมตัวบุคคลนั้นไว้ &amp;nbsp;เมื่อสอบปากคำเสร็จแล้ว ก็ต้องปล่อยตัวไปทันที &amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และเมื่อเป็นการจับตามหมายและตำรวจค้านประกันโดยอ้างว่ามีพฤติการณ์หลบหนี &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ &amp;quot;ศาลไทย&amp;quot; ก็มักไม่อนุญาตตามที่ค้านนั้นด้วย &amp;nbsp; ทำให้ผู้ต้องหาถูก &amp;quot;ขังล่วงหน้า&amp;quot; อย่างไม่เป็นธรรม! &amp;nbsp;โดยที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาว่ากระทำความผิดเลยนอกจากนั้น ก็เป็นการลดทอนความสามารถในการต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนหรือการรวบรวมพยานหลักฐานติดต่อบุคคลต่างๆการออกหมายเรียกผู้ต้องหาหรือเสนอศาลออกหมายจับถือเป็น &amp;quot;ความล้าหลัง&amp;quot; ของกระบวนการยุติธรรมอาญาไทยอีกเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขและปฏิรูปโดยเร็ว.&amp;quot;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105160</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, การออกหมายจับ, คดีลุงพล, บ้านกกกอก, พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8976bea3e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สป.ยธ.ชง&#039;วิชา&#039;ให้เสนอนายกฯเร่งนำร่างพรบ.ตำรวจฉบับ&#039;มีชัย&#039;และร่างพรบ.แก้ป.วิอาญาเข้าสภาแทนฉบับสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

24 ก.ย. 63 เมื่อช่วงค่ำวันพุธ สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;(สป.ยธ.)นำโดย พันตำรวจเอก วิรุตม์ &amp;nbsp;ศิริสวัสดิบุตร &amp;nbsp;เลขาธิการสป.ยธ. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วิชา &amp;nbsp;มหาคุณ &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้นำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ อาญา ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลักในการเสนอต่อนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบตำรวจและงานสอบสวน&amp;rdquo; พร้อมกับแนบ รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ของกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ส่งมาด้วย
&amp;nbsp;
โดยเนื้อหาในหนังสือดังกล่าวมีใจความดังนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งแต่งตั้งท่านเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาการสอบสวนคดีนายวรยุทธ &amp;nbsp;อยู่วิทยา ที่รองอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องเพื่อหาทางนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย &amp;nbsp;พร้อมทั้งให้ศึกษาปัญหาระบบสอบสวนและการสั่งคดีของพนักงานอัยการเสนอแนวทางแก้ไขให้ดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบตำรวจและงานสอบสวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) เห็นว่า ปัญหาสำคัญที่สุดเกิดจากงานสอบสวนความผิดอาญาแทบทั้งหมดได้ถูกผูกขาดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่เพียงองค์กรเดียวทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาคด้วยอำนาจของรัฐบาลเผด็จการที่ออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยไว้ในปี พ.ศ.2506 &amp;nbsp; ซ้ำยังขาดการตรวจสอบจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ แม้กระทั่งพนักงานอัยการระหว่างสอบสวนตามหลักสากลอย่างสิ้นเชิง เป็นช่องทางให้พนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจของไทยซึ่งมีจุดอ่อนที่ระบบการปกครองแบบมีชั้นยศ และวินัยเช่นเดียวกับทหาร &amp;nbsp;สามารถถูกผู้บังคับบัญชาสั่งการโดยมิชอบ ที่มักกระทำด้วยวาจาให้สอบสวนเพื่อกลั่นแกล้ง แจ้งข้อหาต่อประชาชน เสนอให้อัยการสั่งฟ้อง &amp;nbsp;หรือจะล้มคดีเสนอให้สั่งไม่ฟ้องเพื่อช่วยผู้กระทำผิดกันอย่างไรก็ได้ &amp;nbsp;ซึ่งตำรวจผู้เป็นพนักงานสอบสวนแทบทุกคนล้วนจำใจต้องกระทำตามคำสั่งที่มิชอบนั้นด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ เพื่อมิให้ถูกกลั่นแกล้งจากการถูกผู้บังคับบัญชาจับผิดลงโทษทางวินัยให้เสียอนาคต หรือแต่งตั้งโยกย้ายให้ได้รับความเดือดร้อนได้หลายรูปแบบ
ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;ตามแนวทางที่สำคัญในระยะแรกดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. แยกงานสอบสวนให้เป็นสายงานเฉพาะจากตำรวจฝ่ายป้องกันอาชญากรรมในลักษณะเดียวกับงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความรู้ความชำนาญ และหลักประกันความเจริญก้าวหน้าในสายงานโดยการตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนและการเสนอสำนวนต่อพนักงานอัยการ &amp;nbsp;ให้กระทำโดยพนักงานสอบสวนอาวุโสผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้างานสอบสวนและหัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีและกองบังคับการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2.การสั่งงานสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวกับคดี &amp;nbsp;ต้องกำหนดให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เช่นเดียวกับการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. การสอบปากคำบุคคล ไม่ว่าจะในฐานะผู้กล่าวหา &amp;nbsp;ผู้ต้องหาหรือพยาน ต้องกำหนดให้บันทึกภาพและเสียงเป็นหลักฐานให้พนักงานอัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้ทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. คดีฆาตกรรมหรือสงสัยว่าน่าจะเกิดจากการฆาตกรรม &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้นายอำเภอ พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน ลงลายมือชื่อรับรองไว้พร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5.คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือคดีที่มีผู้ร้องเรียนต่อพนักงานอัยการว่าการสอบสวนมิได้เป็นไปตามกฎหมาย หรือพนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ &amp;nbsp;ให้อัยการมีอำนาจเข้าตรวจสอบและสั่งการสอบสวนคดีนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6.การออกหมายเรียกบุคคลเป็นผู้ต้องหาหรือเสนอศาลออกหมายจับ &amp;nbsp;ต้องได้รับความเห็นชอบจากพนักงานอัยการในการตรวจสอบพยานหลักฐาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการจะเห็นชอบได้ &amp;nbsp;ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดให้ศาลลงโทษจำเลยได้สอดคล้องกับหลักสากลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7.กระจายอำนาจสอบสวนโดยกำหนดว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวง กรมที่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายใด &amp;nbsp;ให้มีอำนาจสอบสวนความผิดนั้นด้วย &amp;nbsp;โดยไม่ตัดอำนาจของพนักงานสอบสวนที่ดำเนินการสอบสวนไปตามอำนาจหน้าที่ของตน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระจายอำนาจสอบสวนความผิดเฉพาะทางให้แต่ละหน่วยสามารถดำเนินคดีได้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเด็นการแยกงานสอบสวนตามข้อ 1 &amp;nbsp;สามารถกระทำได้โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติฉบับที่นายมีชัย &amp;nbsp;ฤชุพันธุ์ เป็นประธานและได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีไว้ &amp;nbsp;นำเข้าสู่สภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้
ประเด็นตามข้อ 2-7สามารถกระทำได้ด้วยการเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิอาญา ของคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ &amp;nbsp;ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp; และประธานรัฐสภาได้เสนอไว้ &amp;nbsp;นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาเพื่อแปรญัตติเพิ่มเติมในข้อ &amp;nbsp;2 ,3 ,4, 6 และ 7 เพื่อตราเป็นกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78484</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิชา มหาคุณ, พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c509edef4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิรุตม์&#039;ชี้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์เล่นพนันในบ่อนหลังยิงกันตาย4ศพมีความผิดทำลายซ่อนเร้นพยานหลักฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.63 - พ.ต.อ.วิรุตม์&amp;nbsp; ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) และ อนุกรรมาธิการการยุติธรรม สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; เปิดเผยว่า การสอบสวนของตำรวจแบบ &amp;ldquo;ล้มคดี&amp;rdquo;&amp;nbsp; เช่น คดีนายวรุยทธ หรือ บอส อยู่วิทยา จนทำให้ในที่สุดหลุดรอดทุกข้อหา&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปล่อยให้ขาดอายุความและสอบปากคำบุคคลหลายปากหักล้างรายงานเรื่องความเร็ว 177&amp;nbsp; กม.ต่อชั่วโมง จนส่งผลให้อัยการต้องสั่งไม่ฟ้องข้อหาประมาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งไม่นำหลักฐานผลการตรวจสารเสพติดมาประกอบการดำเนินคดี&amp;nbsp; ซึ่งนอกจากจะถือเป็นหลักฐานใหม่ที่ทำให้อัยการสามารถสั่งให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมและพิจารณาสั่งฟ้องได้แล้ว ก็ต้องมีการดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรงตำรวจผู้รับผิดชอบการสอบสวนและสั่งการมีโทษไล่ออกปลดออกจากราชการอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า กรณีคล้ายกันก็กำลังเกิดขึ้นกับการสอบสวนคดียิงกันตาย 4 ศพ ในบ่อนการพนันย่านพระราม 3 เมื่อวานนี้&amp;nbsp; ซึ่งนอกจากปัญหาเรื่องผู้รับผิดชอบระดับสถานี บก. บช. ไปจนถึง ตร. บกพร่องต่อหน้าที่หรือบางคนรู้เห็นเป็นใจให้มีการเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่ต้องถูกลงโทษทางวินัยทั้งร้ายแรงและไม่ร้ายแรงตามพฤติการณ์และความรับผิดชอบแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;หลังเกิดเหตุ ยังมีการประวิงเวลาในการแจ้งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุอยู่หลายชั่วโมง&amp;nbsp; หลังจากปล่อยให้มีบุคคลเข้าไปควบคุมสั่งการทำลายหลักฐานโดยเคลื่อนย้ายอุปกรณ์การเล่นพนันที่บางศพนอนทับอยู่รวมทั้งกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์ออกไปซุกซ่อนปรากฎภาพชัดเจนอีกด้วย&amp;nbsp; ถือเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจ อย่างยิ่ง&amp;nbsp; เป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 184&amp;nbsp; ที่บัญญัติว่า &amp;ldquo;ผู้ใดเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด&amp;nbsp; ต้องระวางโทษจำคุกถึงห้าปี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวด้วยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีควรจะให้ความสนใจต่อเรื่องนี้ ทั้งปัญหาการละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจของตำรวจผู้ใหญ่หลายระดับที่ปล่อยให้กลุ่มอาชญากรเปิดบ่อนพนันทำลายสังคมที่ต้องดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่แค่การสั่งย้ายหรือให้ไปปฏิบัติราชการเหมือนที่ผ่านมา โดยต้องเปลี่ยนเป็น &amp;ldquo;การสั่งสำรองราชการ&amp;rdquo; ตำรวจระดับผู้บังคับการหรือผู้บัญชาการในเบื้องต้นแทน&amp;nbsp; สำหรับผู้เปิดบ่อนพนันและผู้เกี่ยวข้องในการกระทำผิดฆ่าผู้อื่นและทำลายพยานหลักฐาน ก็ต้องสั่งการให้สืบสวนสอบสวนนำตัวทุกคนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ชี้แจงให้ประชาชนทราบโดยเร็วด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73509</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำลายพยานหลักฐาน, บ่อนเฮียตี้, พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, วรยุทธ อยู่วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1e97aa5e6b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิรุตม์&#039;ชี้&#039;นิยายการสอบสวน&#039;ต้นเหตุสั่งไม่ฟ้อง&#039;บอส อยู่วิทยา&#039;จี้นายกฯเร่งปฏิรูประบบสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ก.ค.63 - พ.ต.อ.วิรุตม์&amp;nbsp; ศิริสวัสดิบุตร&amp;nbsp; คอมลัมน์นิสต์ &amp;quot;เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ&amp;quot;อดีตที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการการปฏิรูปตำรวจ สภาปฏิรูปแห่งชาติ&amp;nbsp; และปัจจุบันเป็นอนุกรรมาธิการการยุติธรรม ในคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน แห่งสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; คดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ถือเป็นรูปธรรมที่สำคัญและชัดเจนของปัญหากระบวนการยุติธรรมอาญาไทยในชั้นสอบสวนที่รัฐและสังคมปล่อยให้อยู่มือของตำรวจแต่เพียงฝ่ายเดียวด้วยอำนาจเผด็จการยุคจอมพลสฤษดิ์ฯ มานานกว่าหกสิบปี&amp;nbsp; ทำให้พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจผู้มียศและวินัยแบบทหาร&amp;nbsp; ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาผู้มียศสูงกว่าจะสั่งให้รวบรวมหรือไม่รวบรวมพยานหลักฐานอะไรแค่ไหน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การสอบปากคำพยานบุคคลจะถูกต้องตรงตามความเป็นจริงหรือไม่ พนักงานสอบสวนแทบทุกคนก็ต้องก้มหน้าทำโดยที่ไม่มีใครรับรู้หรือสามารถตรวจสอบระหว่างการสอบสวนได้แม้แต่พนักงานอัยการผู้มีหน้าที่ฟ้องคดีเอง&amp;nbsp; ซึ่งจะรู้เห็นก็เฉพาะพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมไว้หรือบันทึกให้ปรากฎและส่งสำนวนไปแล้วเท่านั้น&amp;nbsp; ที่ไม่ได้บันทึกไว้ ก็ไม่มีใครรู้?&amp;quot;
&amp;nbsp;
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า การสั่งให้สอบเพิ่มเติมของอัยการก็มีข้อจำกัดอย่างมาก สามารถทำได้เฉพาะจากพยานหลักฐานที่ปรากฎในสำนวนเท่านั้นที่ไม่ปรากฎก็ไม่รู้&amp;nbsp; บางครั้งต้องหลับหูตาสั่งคดีไปตามที่ตำรวจเสนอไม่ว่าจะเป็นคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องที่หลายคดีเป็น &amp;quot;นิยายการสอบสวน&amp;quot;&amp;nbsp; ทำให้ประเทศเรามีผู้บริสุทธิ์ตกเป็น &amp;quot;แพะ&amp;quot; มากมาย&amp;nbsp; นอกจากนั้นเมื่อศาลยกฟ้องคนร้ายตัวจริงก็ลอยนวลสร้างความคับแค้นใจให้กับผู้เสียหายอีกด้วย!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป็นปัญหาใหญ่ที่นายกรัฐมนตรีต้องเร่งแก้ไขและปฏิรูประบบการสอบสวนคดีอาญาให้มีการตรวจสอบจากภายนอกทั้งโดยฝ่ายปกครองผู้ว่า นายอำเภอ รวมทั้งพนักงานอัยการในคดีสำคัญหรือเมื่อมีการร้องเรียนเกิดขึ้น&amp;nbsp; อีกทั้งต้องกำหนดให้มีการบันทึกภาพและเสียงการสอบปากคำบุคคลเป็นหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวนไว้ด้วย&amp;nbsp; ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการแก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ อาญาที่ผ่านความเห็นชอบในรายงานของสภาผู้แทนไปเมื่อเดือนที่แล้ว และเวลานี้อยู่ในมือของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องเร่งเสนอเข้าสู่สภาตราเป็นกฎหมายโดยเร็วต่อไป&amp;quot;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72638</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยายการสอบสวน, บอส อยู่วิทยา, ปฏิรูปตำรวจ, พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1e97aa5e6b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขข้อข้องใจ&#039;เมาแล้วขับชนคนตาย = เจตนาฆ่า&#039;จริงหรือ?     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย. 62 - พ.ต.อ.วิรุตม์ &amp;nbsp;ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และคอลัมน์นิสต์ &amp;ldquo;เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ&amp;rdquo; &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ความพยายามในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจรและความตายบนถนนที่สูงเป็นอันดับหนึ่งในโลกของรัฐไทย ด้วยการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชาตำรวจสั่งให้พนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาคนเมาขับรถจนเกิดอุบัติเหตุมีผู้ถึงแก่ความตายว่าเป็น &amp;nbsp;&amp;ldquo;การฆ่าคนตายโดยเจตนา&amp;rdquo; เพื่อทำให้ได้รับโทษหนักขึ้นเป็นจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตแทนจำคุกไม่เกินสิบปีนั้น &amp;nbsp;ขัดต่อหลักนิติธรรมและกฎหมายอาญาของไทยและทั่วโลกในปัจจุบัน &amp;nbsp; ที่แยกพฤติกรรมฆ่าคนตายกับ &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกระทำโดยประมาท&amp;rdquo; &amp;nbsp;ออกจากกัน &amp;nbsp;และถือเป็นคำสั่งให้แจ้งข้อหากับผู้กระทำผิดเกินจริง &amp;nbsp;สร้างความเดือดร้อนไม่เป็นธรรมต่อประชาชน และจะถูกต่างชาติมองว่าไทยเป็นประเทศที่ป่าเถื่อนมีการบังคับใช้กฎหมายที่ไร้มาตรฐาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;การอ้างว่า เป็นพฤติกรรมที่เล็งเห็นผลในการฆ่าผู้อื่นนั้นไม่น่าจะถูกต้อง &amp;nbsp;เพราะการดื่มสุราในปริมาณเกินกฎหมายกำหนดแล้วขับรถก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเสมอไป และเมื่อเกิดแล้วจะมีคนตายหรือไม่ &amp;nbsp;ก็ไม่แน่นอน หลักในการแจ้งข้อหาทางอาญากับบุคคล &amp;nbsp;ข้อเท็จจริงต้องชัดเจน &amp;nbsp;ไม่ใช่แจ้งไว้ก่อนแล้วอัยการสั่งไม่ฟ้องหรือศาลยกฟ้องก็เรื่องของอัยการและศาล &amp;nbsp;แม้จะทำให้ผู้คนขับรถหวาดกลัวไม่กล้าดื่มสุรา &amp;nbsp;เพราะกลัวถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต &amp;nbsp;แต่ก็ขัดต่อตัวบทกฎหมายอย่างชัดแจ้ง &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าคดีที่เกิดขึ้นและมีการแจ้งข้อหาโดยมิชอบดังกล่าว &amp;nbsp;ศาลได้สั่งให้นำกลับไปดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงโทษอาญาขับรถประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสที่มีโทษจำคุกถึงสามปีหรือถ้าถึงแก่ความตายก็จำคุกสูงถึงสิบปี &amp;nbsp;ถ้ารัฐตรวจสอบให้ตำรวจบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้ด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง &amp;nbsp;คนรวยไม่สามารถวิ่งเต้นต่อตำรวจผู้ใหญ่ให้สั่งล้มคดีได้ &amp;nbsp;เมื่อขับรถเกิดอุบัติเหตุแล้วทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือมีคนตาย &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนต้องสอบสวนทำสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลให้พิพากษาลงโทษทุกราย &amp;nbsp;คนรวยไม่สามารถล้มคดีได้ด้วยจ่ายค่าเสียหายและญาติพี่น้องจนพอใจแล้วไม่ดำเนินการสอบสวน หรือ &amp;ldquo;สอบสวนทำลายพยานหลักฐานส่งให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้คนที่ขับรถโดยประมาทไม่ว่าจะเร็ว เมา หรือมีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายในลักษณะใดก็จะเข็ดหลาบ &amp;nbsp;มีความระมัดระวังมากขึ้น &amp;nbsp;ลดอุบัติเหตุและความตายบนถนนของประชาชนลงได้อย่างแน่นอน โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายให้มีการเพิ่มโทษในมาตราใดเลย. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33570</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าคนตายโดยเจตนา, พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, อดีตรองผู้การจเรตำรวจ, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190413/image_big_5cb1e05eed077.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
